รายงานแนวโน้ม YouTube เปิดเผย 7 การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

รายงานแนวโน้ม YouTube เปิดเผย 7 การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

Share at:
ChatGPT Perplexity WhatsApp LinkedIn X Grok Google AI

เทรนด์การรับชมคอนเทนต์บน YouTube

YouTube ได้เผยแพร่รายงานวัฒนธรรมและเทรนด์สองฉบับในปี 2024 แทนที่จะเป็นฉบับเดียวเหมือนทุกปี ซึ่งนี่เป็นสัญญาณแรกที่บ่งชี้ว่าเราอาจให้ความสนใจกับเทรนด์ไม่เพียงพอ

รายงานฉบับแรกที่เผยแพร่กลางปีพบว่า “แฟนๆ ไม่ได้เพียงแค่บริโภคคอนเทนต์เท่านั้น แต่ยังมีส่วนร่วมในการสร้างคอนเทนต์อย่างแข็งขัน ซึ่งหมายความว่าพวกเขามีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของบุคคลหรือแบรนด์มากกว่าที่เคย”

ส่วนรายงานฉบับที่สองที่เผยแพร่ปลายปี 2024 พบว่า “แฟรนไชส์ที่กำลังสร้างอิทธิพลต่อวัฒนธรรมป๊อปในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์หรือเข้าถึงได้ในพื้นที่ดิจิทัลผ่านกิจกรรมของครีเอเตอร์”

YouTube มีผู้ใช้งานประจำเดือนประมาณ 2.5 พันล้านคนทั่วโลก และเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก Google แต่มากกว่า Facebook (อันดับ 3), Instagram (อันดับ 5) และ TikTok (อันดับ 20)

หากเทียบจำนวนผู้ใช้งาน YouTube กับประชากรของประเทศต่างๆ จะพบว่า:

  • อินเดียมีประชากรมากที่สุดในโลกประมาณ 1.4 พันล้านคน
  • จีนมีประชากรเกือบ 1.4 พันล้านคน
  • สหรัฐอเมริกามีประชากรประมาณ 340 ล้านคน

ในสหรัฐอเมริกา YouTube เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดติดต่อกันมาอย่างน้อย 7 ปี โดย 85% ของผู้ใหญ่ใช้งานแพลตฟอร์มนี้ เทียบกับ Facebook 70%, Instagram 50% และ TikTok 33%

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ติดตามบน YouTube มีมูลค่ามากกว่าผู้ติดตามบน Instagram 25% และมากกว่าผู้ติดตามบน TikTok ถึง 25 เท่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของฐานผู้ชมบนแพลตฟอร์มนี้

ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ MrBeast ที่มีผู้ติดตามบน YouTube 338 ล้านคน ในปี 2024 วิดีโอ 68 คลิปของเขาได้รับยอดวิว 13.3 พันล้านครั้ง และมีส่วนร่วม 508 ล้านครั้ง CNBC ประเมินว่า MrBeast สร้างรายได้ระหว่าง 600-700 ล้านดอลลาร์ต่อปี

สำหรับนักการตลาดดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าเราต้องขยายความเข้าใจจากการตลาดแบบดั้งเดิมอย่าง B2C และ B2B ไปสู่โมเดลใหม่ๆ เช่น B2C2C (Business-to-Creator-to-Consumer) และ B2C2B (Business-to-Creator-to-Business) เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของครีเอเตอร์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเติบโตของคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่

Here’s the Thai translation for the section “การเติบโตของคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่”:

การเติบโตของครีเอเตอร์รุ่นใหม่บน YouTube กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการคอนเทนต์ดิจิทัล โดยเฉพาะในกลุ่มแอนิเมเตอร์อิสระที่สามารถสร้างผลงานที่มีคุณภาพและเข้าถึงผู้ชมในวงกว้าง

ตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นคือ “Amazing Digital Circus” จากช่อง GLITCH สตูดิโอแอนิเมชันอิสระในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่มีเป้าหมาย “สร้างการ์ตูนแนวใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน” โดยตอนแรกที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2023 สามารถทำยอดวิวได้ถึง 364 ล้านครั้ง และมีส่วนร่วม 6.6 ล้านครั้ง

ความสำเร็จของ GLITCH ไม่ได้หยุดแค่นั้น ตอนที่สองที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ภายใต้ชื่อ “The Amazing Digital Circus – Ep 2: Candy Carrier Chaos!” ก็สามารถทำยอดวิว 140 ล้านครั้ง และมีส่วนร่วม 4.2 ล้านครั้ง

จากการศึกษาของ SmithGeiger พบว่า 22% ของชาวอเมริกันอายุ 14-24 ปีรู้จักซีรีส์นี้ แม้จะมีการเผยแพร่เพียงสองตอนเท่านั้น นอกจากนี้ Netflix ยังซื้อลิขสิทธิ์เพื่อฉายพร้อมกับการเผยแพร่บน YouTube ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ของซีรีส์

ณ สิ้นปี 2024 GLITCH ได้สร้างคอนเทนต์ทั้งหมด 8 ตอน ซึ่งเป็น “การ์ตูนที่สนุกสนาน มีสีสัน พร้อมความรุนแรงเล็กน้อยและการพูดถึงปัญหาชีวิต” โดยสามารถทำยอดวิวรวม 671 ล้านครั้ง และมีส่วนร่วม 17.9 ล้านครั้งในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันช่อง GLITCH มีผู้ติดตาม 12.9 ล้านคน

ความสำเร็จอย่างรวดเร็วนี้เกิดจากชุมชนแฟนคลับที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยสร้างคอนเทนต์เพิ่มเติมในช่วงระหว่างตอน ไม่ว่าจะเป็นแอนิเมชันแฟนอาร์ต วิดีโออธิบายเนื้อเรื่อง และมิวสิควิดีโอ โดยมีแฟนๆ กว่า 5,175 คนสร้างวิดีโอเกี่ยวกับ “The Amazing Digital Circus” รวม 32,900 คลิป ซึ่งได้รับยอดวิว 19.2 พันล้านครั้ง และมีส่วนร่วม 678 ล้านครั้ง

ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าครีเอเตอร์รุ่นใหม่สามารถสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและเข้าถึงผู้ชมในระดับโลกได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสตูดิโอขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักการตลาดดิจิทัลในการร่วมงานกับครีเอเตอร์เหล่านี้เพื่อสร้างแคมเปญการตลาดที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่สนใจทำการตลาดบน YouTube ในประเทศไทย การเข้าใจเทรนด์เหล่านี้จะช่วยให้สามารถวางแผนกลยุทธ์การตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการทำ SEO สำหรับคอนเทนต์วิดีโอเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

รูปแบบการโฆษณาที่เปลี่ยนแปลง

Here’s the Thai translation for the section “รูปแบบการโฆษณาที่เปลี่ยนแปลง”:

รูปแบบการโฆษณาบน YouTube กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น

จากข้อมูลของ YouTube พบว่าในปี 2024 มีบัญชีผู้ใช้ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 100,000 คนจำนวน 555,000 บัญชี โดยสร้างวิดีโอรวม 198 ล้านคลิป ได้รับยอดวิว 22.1 ล้านล้านครั้ง และมีส่วนร่วม 674 พันล้านครั้ง

เมื่อแบ่งตามประเภทผู้สร้างคอนเทนต์ พบว่า:

  • แบรนด์ 11,500 ราย สร้างวิดีโอ 3 ล้านคลิป ได้รับยอดวิว 399 พันล้านครั้ง และมีส่วนร่วม 6.2 พันล้านครั้ง
  • องค์กรสื่อและบันเทิง 13,500 ราย สร้างวิดีโอ 27.9 ล้านคลิป ได้รับยอดวิว 1.3 ล้านล้านครั้ง และมีส่วนร่วม 25.8 พันล้านครั้ง
  • อินฟลูเอนเซอร์ 525,000 ราย สร้างวิดีโอ 158 ล้านคลิป ได้รับยอดวิว 19.9 ล้านล้านครั้ง และมีส่วนร่วม 629 พันล้านครั้ง

สำหรับนักการตลาด มี 3 แนวทางหลักในการใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้:

1. การสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ

แบรนด์ต้องสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและดึงดูดความสนใจของผู้ชม โดยอาจใช้เทคนิคการเล่าเรื่อง การใช้ภาพและเสียงที่น่าสนใจ หรือการสร้างอารมณ์ร่วม

2. การใช้ Google Ads สำหรับวิดีโอ

การลงโฆษณาผ่าน Google Ads สำหรับวิดีโอช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถเลือกกลุ่มผู้ชมตามความสนใจ พฤติกรรม หรือข้อมูลประชากรศาสตร์

3. การร่วมงานกับครีเอเตอร์ผ่าน YouTube BrandConnect

การทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์โดยใช้ YouTube BrandConnect ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่มีความสนใจตรงกับสินค้าหรือบริการ และสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการรีวิวหรือแนะนำโดยครีเอเตอร์ที่มีอิทธิพล

สำหรับการทำ SEO ในประเทศไทย การเข้าใจรูปแบบการโฆษณาที่เปลี่ยนแปลงไปนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้สามารถวางแผนกลยุทธ์การตลาดที่ครอบคลุมทั้งการทำ SEO สำหรับวิดีโอ การใช้โฆษณา และการร่วมงานกับครีเอเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคอนเทนต์วิดีโอมากขึ้นเรื่อยๆ

ความเชื่อมโยงระหว่างโซเชียลและการช้อปปิ้ง

Here’s the Thai translation for the section “ความเชื่อมโยงระหว่างโซเชียลและการช้อปปิ้ง”:

การเชื่อมโยงระหว่างโซเชียลมีเดียและการช้อปปิ้งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วบน YouTube โดยเฉพาะในปี 2024 ที่มีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม

ข้อมูลจาก YouTube แสดงให้เห็นว่าอินเดียเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ YouTube โดยมีผู้ใช้งาน 462 ล้านคน ตามด้วยสหรัฐอเมริกาที่มีผู้ใช้งาน 239 ล้านคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโอกาสทางการตลาดที่มหาศาล

ในปี 2024 ครีเอเตอร์และแฟนคลับได้สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นผ่านฟีเจอร์การมีส่วนร่วมที่หลากหลาย โดยชุมชนแฟนคลับใน 100 กว่าประเทศทั่วโลก ใน 80 ภาษา มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางความสำเร็จและเนื้อหาของครีเอเตอร์

ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ Cristiano Ronaldo ที่เปิดช่อง UR Cristiano อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2024 และสามารถรวบรวมผู้ติดตามได้มากกว่า 19 ล้านคนภายในวันแรก โดยส่วนใหญ่มาจากแฟนคลับในอินเดีย ปัจจุบันช่อง UR Cristiano มีผู้ติดตาม 72.6 ล้านคน และวิดีโอ 88 คลิปมียอดวิวรวม 762 ล้านครั้ง พร้อมการมีส่วนร่วม 86.5 ล้านครั้ง

นอกจากนี้ เพลงและดนตรียังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างโซเชียลและการช้อปปิ้ง เช่น เพลงภาษามราฐี “Gulabi Sadi” ที่กลายเป็นกระแสระดับโลก มีการสร้าง Shorts มากกว่า 3 ล้านคลิปทั่วโลก และยังเป็นเพลงยอดนิยมในงานแต่งงานอินเดีย

สำหรับผู้ประกอบการในประเทศไทย การเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างโซเชียลและการช้อปปิ้งบน YouTube มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้สามารถ:

  • วางแผนกลยุทธ์การตลาดที่เชื่อมโยงคอนเทนต์กับการขายสินค้า
  • สร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งความบันเทิงและการค้า
  • ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ YouTube ในการขายสินค้า
  • สร้างชุมชนแฟนคลับที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจ

การทำ SEO สำหรับวิดีโอการค้าบน YouTube ในประเทศไทยควรคำนึงถึงการใช้คำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการช้อปปิ้ง การสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และการออกแบบกลยุทธ์การตลาดที่ผสมผสานระหว่างความบันเทิงและการค้าได้อย่างลงตัว เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Share at:
ChatGPT Perplexity WhatsApp LinkedIn X Grok Google AI